กลยุทธ์การเทรด Forex แบบ Scalping ที่ทำกำไรได้ใน 5 นาที: ข้อดี ข้อเสีย และเครื่องมือที่ใช้
- Writer
- 26 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

สำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบความตื่นเต้นและต้องการกำไรในระยะเวลาสั้นๆ Scalping (การเทรดสั้น) คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่คุณไม่ควรพลาด หลังจากที่เราได้ปูพื้นฐานเรื่อง 7 คำศัพท์ Forex ที่มือใหม่ต้องรู้ ไปแล้ว วันนี้เราจะมาเจาะลึกวิธีการทำกำไรแบบ "ตีหัวเข้าบ้าน" ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีกันครับ
Scalping คืออะไร?
Scalping คือกลยุทธ์การเทรดระยะสั้นมาก โดยเทรดเดอร์จะพยายามเก็บกำไรเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 5-10 Pips) จากการเข้า-ออกออเดอร์จำนวนมากในหนึ่งวัน โดยอาศัยความผันผวนของราคาในช่วงสั้นๆ บน Time Frame ขนาดเล็ก เช่น 1 นาที (M1) หรือ 5 นาที (M5)
วิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียของ Scalping
ข้อดี (Pros) | ข้อเสียที่ต้องระวัง (Cons) |
ใช้เวลาน้อยแต่จบเร็ว: ไม่ต้องถือออเดอร์ข้ามวัน ลดความเสี่ยงจากค่า Rollover (Swap) | ค่า Spread คือศัตรูตัวฉกาจ: หากโบรกเกอร์มีค่า Spread สูง กำไรอาจถูกกลืนหายไปกับต้นทุนหมด |
โอกาสเข้าเทรดมีบ่อย: ในหนึ่งวันคุณอาจหาจังหวะเข้าทำกำไรได้หลายสิบครั้ง | ต้องมีความเข้มงวดสูง: ต้องมีวินัยในการตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่แม่นยำ หากพลาดครั้งเดียวอาจล้างกำไรทั้งวันได้ |
ความเสี่ยงต่ำจากข่าวใหญ่: การอยู่ในตลาดสั้นๆ ช่วยลดโอกาสที่พอร์ตจะเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด | ความเครียดสะสม: การจ้องหน้าจอและตัดสินใจอย่างรวดเร็วต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความล้าได้ง่าย |
เครื่องมือพิชิตกำไร (Indicator Setup)
เพื่อให้ได้สัญญาณที่คมชัดบนกราฟ 5 นาที (M5) ให้ตั้งค่าพื้นฐานดังนี้:
Exponential Moving Average (EMA) 50 และ 200: เพื่อกรองเทรนด์หลัก
Stochastic Oscillator (5, 3, 3): เพื่อหาจุดซื้อขายที่เหมาะสม (Overbought/Oversold)
Average True Range (ATR): สำหรับคำนวณระยะตัดขาดทุนตามความผันผวนจริง
4 เทคนิคการเทรด Scalping ที่นักเทรดควรลอง
เพื่อให้คุณเห็นแนวทางและนำไปปรับใช้ได้จริง นี่คือ 4 เทคนิคที่มีสไตล์ต่างกันครับ:
1. The Pullback Strategy (การเทรดตอนราคาย่อตัว)
เงื่อนไข: ราคาต้องยืนอยู่เหนือ (Buy) หรือใต้ (Sell) เส้น EMA 50 และ 200
จุดเข้า: รอราคาเด้งกลับมาแตะเส้น EMA 50 และ Stochastic มีการตัดกันในโซน Extreme (ต่ำกว่า 20 หรือสูงกว่า 80)
เป้าหมาย: เก็บกำไรเมื่อราคาเริ่มกลับไปตามเทรนด์เดิม
2. EMA Cross (เน้นตามเทรนด์ระยะสั้น)
เครื่องมือ: EMA 9 และ EMA 21
จุดเข้า: เปิด Buy เมื่อ EMA 9 ตัด EMA 21 ขึ้น และเปิด Sell เมื่อ EMA 9 ตัด EMA 21 ลง
เหมาะสำหรับ: ช่วงที่ตลาดมีแรงซื้อขายสูง (High Volatility)
3. Bollinger Band Rebound (เน้นสวนเทรนด์ในกรอบ)
เครื่องมือ: Bollinger Bands (20, 2) และ RSI (14)
จุดเข้า: เปิด Buy เมื่อราคาแตะขอบล่าง BB + RSI < 30 และเปิด Sell เมื่อราคาแตะขอบบน BB + RSI > 70
เหมาะสำหรับ: ตลาดช่วงไซด์เวย์ (Sideway) ที่ไม่มีข่าวแรง
4. Inside Bar Breakout (เน้นดักราคาช่วงระเบิด)
เครื่องมือ: Price Action (ไม่ใช้ Indicator)
วิธีการ: มองหาแท่งเทียนที่บีบตัวอยู่ในแท่งก่อนหน้า (แท่งแม่) แล้ววางคำสั่งดักรอ (Pending Order) ทั้งบนและล่างของแท่งแม่
เหมาะสำหรับ: ช่วงก่อนตลาดหลัก (London/New York) เปิดทำการ
การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
Scalping จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยการคุมความเสี่ยงที่เฉียบขาด:
Stop Loss (SL): วางไว้ที่จุด Low/High เดิมของแท่งเทียนก่อนหน้า หรือใช้ระยะ 1 x ATR
Take Profit (TP): ตั้งเป้าที่ 1.5 - 2 เท่าของความเสี่ยง (Risk:Reward 1:1.5)
Checklist: เช็คค่า Spread เสมอ และหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ
สรุป
Scalping 5 นาทีให้ชนะอย่างยั่งยืน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการเทรด แต่อยู่ที่การ "รอ" สัญญาณที่สมบูรณ์แบบตามระบบ หากคุณยังไม่มั่นใจเรื่องการคำนวณ Lot Size แนะนำให้ทดลองในบัญชี Demo จนกว่าจะชำนาญครับ



ความคิดเห็น