7 คำศัพท์ Forex ที่มือใหม่ต้องรู้: ปูพื้นฐานจาก Pip, Lot ไปจนถึง Rollover แบบเข้าใจง่าย!
- Writer
- 25 ธ.ค. 2568
- ยาว 1 นาที

หากคุณเพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่โลกของ Forex หลังจากที่ได้อ่าน Forex Trading for Beginners Guide ของเราไปแล้ว คุณอาจจะเริ่มเจอคำศัพท์แปลก ๆ ที่ทำให้งงจนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็น "พอร์ตระเบิดเพราะ Leverage" หรือ "ได้กำไรหลาย Pip"
การเทรดโดยไม่เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานเหล่านี้ ก็เหมือนการขับรถในต่างประเทศโดยอ่านป้ายจราจรไม่ออก บทความนี้จะช่วยคุณทำลายกำแพงภาษาเหล่านั้น และเปลี่ยนคำศัพท์เทคนิคให้กลายเป็นกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์ตลาดครับ
1. Pip (Price Interest Point) - หน่วยวัดการเคลื่อนที่ของราคา
Pip คือหน่วยที่เล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงของราคาในคู่เงินส่วนใหญ่ (ยกเว้นคู่เงินที่เทียบกับเงินเยน JPY)
วิธีดู: ปกติจะเป็นทศนิยมตำแหน่งที่ 4 เช่น หากคู่เงิน EUR/USD เคลื่อนที่จาก 1.0850 ไปยัง 1.0851 นั่นคือราคาขยับไป 1 Pip
ทำไมต้องรู้: เพราะเราใช้ Pip ในการวัดผลกำไรหรือขาดทุน และใช้คำนวณระยะการวางแผนเทรดอย่าง Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP)
สูตรคำนวณมูลค่าต่อ Pip (เบื้องต้น):Pip Value = (One Pip / Exchange Rate) x Lot Size
2. Lot (ล็อต) - ขนาดของสัญญาการเทรด
ในตลาด Forex เราไม่ได้ซื้อขายกันเป็นจำนวนเงินดอลลาร์ตรง ๆ แต่เราซื้อขายกันเป็น "Lot" ซึ่งเปรียบเสมือนขนาดของหน่วยการซื้อขายมาตรฐาน
ประเภทของ Lot | จำนวน Unit (หน่วย) | เหมาะสำหรับใคร? |
Standard Lot | 100,000 | เทรดเดอร์มืออาชีพหรือผู้มีทุนสูง |
Mini Lot | 10,000 | เทรดเดอร์ที่เริ่มมีความชำนาญ |
Micro Lot | 1,000 | แนะนำสำหรับมือใหม่ เพื่อจำกัดความเสี่ยง |
3. Leverage (เลเวอเรจ) - พลังทวีในการเทรด
Leverage คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมเงินจำนวนมากได้โดยใช้เงินทุนของตัวเองเพียงเล็กน้อย เปรียบเสมือนการขยายอำนาจการซื้อจากโบรกเกอร์
ตัวอย่าง: หากคุณใช้ Leverage 1:100 หมายความว่าเงิน 1 ดอลลาร์ของคุณ สามารถเปิดออเดอร์ที่มีมูลค่าถึง 100 ดอลลาร์ได้
ข้อควรระวัง: Leverage คือดาบสองคม มันช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรมหาศาล แต่ก็ทำให้ขาดทุนรุนแรงได้หากคุณใช้มากเกินความจำเป็น (Overtrade)
4. Margin (มาร์จิ้น) - เงินค้ำประกันหลักทรัพย์
Margin คือจำนวนเงินจริงที่คุณต้องมีและถูก "ล็อค" ไว้ในบัญชีเพื่อใช้ค้ำประกันการเปิดออเดอร์นั้น ๆ
Used Margin: เงินที่ใช้ค้ำประกันออเดอร์ที่เปิดอยู่ ณ ปัจจุบัน
Free Margin: เงินที่เหลือในพอร์ต ซึ่งคุณสามารถนำไปเปิดออเดอร์ใหม่ได้
Margin Call: จุดอันตราย! เมื่อเงินในพอร์ตลดลงจนไม่พอค้ำประกัน โบรกเกอร์จะแจ้งเตือนให้คุณเติมเงินหรือปิดสถานะเพื่อป้องกันพอร์ตเสียหาย
5. Spread (สเปรด) - ต้นทุนในการซื้อขาย
ทุกครั้งที่คุณเปิดออเดอร์ คุณจะเห็นว่าสถานะเริ่มติดลบทันที นั่นเป็นเพราะ Spread ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Ask) และราคาขาย (Bid)
Tip: มือใหม่ควรเลือกเทรดคู่เงินหลัก (Major Currencies) เช่น EUR/USD เพราะมี Spread ต่ำ ทำให้คุณมีโอกาสทำกำไรคืนกลับมาได้เร็วขึ้น
6. Bid / Ask (ราคาเสนอขาย และ ราคาเสนอซื้อ)
Bid: ราคาที่ตลาดพร้อมจะ "ซื้อ" จากคุณ (คือราคาที่คุณจะได้เมื่อเปิดออเดอร์ Sell)
Ask: ราคาที่ตลาดพร้อมจะ "ขาย" ให้คุณ (คือราคาที่คุณจะได้เมื่อเปิดออเดอร์ Buy)
ข้อสังเกต: ราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ และระยะห่างของสองราคานี้ก็คือค่า Spread นั่นเอง
7. Rollover หรือ Swap (ค่าธรรมเนียมการถือครองข้ามคืน)
เนื่องจาก Forex คือการเทรดคู่เงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่างกัน หากคุณถือออเดอร์ค้างวัน คุณจะเจอกับค่า Swap
Positive Swap: คุณได้รับดอกเบี้ยเพิ่ม (เมื่อถือเงินฝั่งที่มีดอกเบี้ยสูงกว่า)
Negative Swap: คุณต้องจ่ายดอกเบี้ย (เมื่อถือเงินฝั่งที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า)
หมายเหตุ: บางโบรกเกอร์มีบัญชีแบบ Swap-free สำหรับเทรดเดอร์บางกลุ่ม
สรุป: พื้นฐานที่มั่นคง นำไปสู่กำไรที่ยั่งยืน
การเข้าใจทั้ง 7 คำศัพท์นี้จะช่วยให้คุณบริหารจัดการความเสี่ยง (Money Management) ได้อย่างมืออาชีพ และลดความผิดพลาดที่เกิดจากการไม่เข้าใจระบบการทำงานของตลาด Forex
หากคุณต้องการก้าวไปสู่การเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จ การเรียนรู้พื้นฐานอย่างต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมกลับไปทบทวนกลยุทธ์เบื้องต้นใน Forex Trading for Beginners Guide เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นครับ
แหล่งข้อมูลอ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม (External Links):
BabyPips - School of Pipsology: หลักสูตรเรียนรู้ Forex ระดับสากลที่ได้รับความนิยมสูงสุดและเข้าใจง่ายที่สุด
Investopedia - Currency Trading Basics: เจาะลึกกลไกการทำงานของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้



ความคิดเห็น