Bid, Ask และ Spread: ค่าธรรมเนียมที่คุณต้องรู้ก่อนกดเทรด
- Writer
- 10 ม.ค.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 26 ม.ค.

ในบทที่แล้วเราคุยกันเรื่องโอกาสและอิสรภาพไปแล้ว แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มทำกำไร คุณต้องเข้าใจ "ต้นทุน" ของการเทรดก่อน ในโลกของ Forex เราไม่มีค่าธรรมเนียมการซื้อขายเหมือนการไปธนาคาร แต่เรามีสิ่งที่เรียกว่า Spread
1. Bid และ Ask คืออะไร?
เวลาที่คุณดูราคาสินทรัพย์ในตลาด Forex คุณจะเห็นราคา 2 ตัวเสมอ (เหมือนเวลาเราไปบูธแลกเงินที่สนามบิน)
ราคา Bid (ราคาขาย): คือราคาที่ตลาด "รับซื้อ" จากคุณ หรือพูดง่ายๆ คือราคาที่คุณจะกด Sell นั่นเอง
ราคา Ask (ราคาซื้อ): คือราคาที่ตลาด "เสนอขาย" ให้คุณ หรือราคาที่คุณจะกด Buy จำง่ายๆ: ราคา Ask จะสูงกว่าราคา Bid เสมอ (เราซื้อแพงกว่าขายเสมอ)
2. Spread: ต้นทุนที่เทรดเดอร์ต้องจ่าย
Spread คือส่วนต่างระหว่างราคา Ask และราคา Bid
สูตรคำนวณ: Ask - Bid = Spread
ทำไม Spread ถึงสำคัญ? Spread คือรายได้หลักของโบรกเกอร์ และเป็น "ต้นทุน" แรกของคุณทันทีที่กดส่งคำสั่งซื้อขาย คุณจะสังเกตเห็นว่าทันทีที่คุณกด Buy หรือ Sell ออเดอร์ของคุณจะเริ่มจาก "ติดลบ" เสมอ นั่นคือคุณกำลังจ่ายค่า Spread ให้กับโบรกเกอร์นั่นเอง
3. ประเภทของ Spread
Fixed Spread (สเปรดคงที่): ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน ค่าส่วนต่างจะเท่าเดิมเสมอ ข้อดีคือคุมต้นทุนง่าย
Floating Spread (สเปรดลอยตัว): ค่าส่วนต่างจะขยับขึ้นลงตามสภาวะตลาด ช่วงที่ข่าวแรงๆ สเปรดอาจจะถ่างออกกว้างมาก แต่ในช่วงปกติมักจะถูกกว่าแบบคงที่
วินัยในการเลือกช่วงเวลา (Discipline Message)
นักเทรดที่มีวินัยจะไม่เทรดเพียงเพราะ "อยากเทรด" แต่จะเทรดเมื่อ "คุ้มค่า" เท่านั้น
หลีกเลี่ยงช่วงสเปรดกว้าง: เช่น ช่วงตลาดเปิดเช้าวันจันทร์ หรือช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจรุนแรง เพราะต้นทุน (Spread) จะสูงขึ้นมาก
เลือกคู่เงินสภาพคล่องสูง: เช่น EUR/USD ซึ่งมักจะมีสเปรดต่ำที่สุด ทำให้คุณคืนทุนและขยับไปหากำไรได้เร็วขึ้น
"การลดต้นทุน คือการเพิ่มกำไรที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ราคาวิ่ง"
บทต่อไปที่เราจะคุยกัน: เมื่อเข้าใจเรื่องราคาซื้อขายแล้ว บทหน้าเราจะไปเรียนรู้วิธีการวัดระยะการเคลื่อนที่ของราคาที่เรียกว่า Pip และ Point เพื่อที่คุณจะได้คำนวณกำไรและขาดทุนเป็นตัวเลขได้อย่างแม่นยำ
สารบัญซีรีส์: พื้นฐาน Forex และวินัยสู่ความสำเร็จ
บทที่ 2: ทำไมต้องเทรด Forex? เส้นทางลัดสู่อิสรภาพ หรือ กับดักหนี้สิน
บทที่ 3: Bid, Ask และ Spread: ค่าธรรมเนียมที่คุณต้องรู้ก่อนกดเทรด
บทที่ 6: MetaTrader 4 และ 5: ทำความรู้จักเครื่องมือทำเงินมาตรฐานโลก
บทที่ 7: กราฟแท่งเทียน (Candlestick): อ่านพฤติกรรมราคาผ่านร่องรอยของตลาด
บทที่ 8: แนวโน้ม (Trend) คืออะไร? เทรดตามเทรนด์เพื่อกำไรที่ยั่งยืน
บทที่ 9: Indicator คืออะไร? เครื่องมือช่วยตัดสินใจที่ต้องใช้ให้เป็น
บทที่ 10: Money Management (MM): กฎเหล็กบริหารเงินทุนไม่ให้พอร์ตระเบิด
บทที่ 11: ระบบเทรด (Trading System): สร้างเครื่องจักรผลิตกำไรส่วนตัว
บทที่ 12: จิตวิทยาการเทรด (Trading Mindset): สงครามกับใจตัวเอง
บทที่ 13: การเลือกโบรกเกอร์: วิธีดู "ตู้เซฟ" ที่ปลอดภัยสำหรับเงินของคุณ
บทที่ 14: ข่าวเศรษฐกิจ: วิธีรับมือกับพายุที่พัดพากราฟให้บ้าคลั่ง
บทที่ 15: Roadmap สู่เทรดเดอร์อาชีพ: บทสรุปและการเดินทางที่ยั่งยืน



ความคิดเห็น